รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
इस एपिसोड में सुप्रीम मास्टर चिंग हाई इस पर प्रकाश डालती हैं कि हम परमात्मा से कैसे संपर्क कर सकते हैं, जो हमारे भीतर वास करते हैं।ด้วยการรู้จักพระเจ้า เราจะเป็นคริสเตียน เราจะเป็นนักบุญ ในการดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข และเราจะอวยพรผู้คน อย่างเงียบ ๆ ด้วยเช่นกัน ไม่มีใครรู้เลยด้วยซ้ำ เนื่องจากพวกเราหลายคน มีภาระผูกพันต่อครอบครัว และเพื่อนฝูงอยู่แล้ว เราจึงจะยังคงดูแลพวกเขา และปฏิบัติหน้าที่ของเรา ต่อไป โดยไม่ทอดทิ้งคนที่เรารัก ดังนั้น เราจึงสามารถปฏิบัติธรรม ตามความรู้ของพระเจ้า อวยพรโลก อวยพรตนเอง แต่ดำเนินชีวิต อย่างเรียบง่ายและสงบสุขได้พระเยซูเจ้าทรงสัญญาแก่เราว่า สิ่งใดที่พระองค์ทรงทำ เราก็ทำได้ มีอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิล นี่ไม่ใช่คำพูดของฉัน เขากล่าวว่า "สิ่งใดที่ฉันทำได้ คุณก็ทำได้เช่นกัน" เขายังพูดอีกว่า "คุณทำได้ดีกว่านี้" ฉันจะแสดงวิธีให้คุณดู เพราะคำสอนของพระเยซูเจ้า ยังคงอยู่ในโลกนี้ คือคำสอน ที่ไม่ได้กล่าวออกมา และฉันจะแสดงให้คุณเห็นวิธี การฟื้นคืนคำสอนนั้นฉันจะแสดงให้คุณเห็นวิธีการพูดคุย โดยตรงกับพระเยซูเจ้าของเรา เพราะตั้งแต่พระองค์ฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์ก็ไม่เคยทอดทิ้งเรา เรายังสามารถพูดคุยกับพระองค์ได้ พระองค์ยังทรงสามารถนำทางเราได้ แต่เพราะพระองค์ได้ละทิ้ง การสั่นสะเทือนทางกายภาพ พลังงานทางกายภาพของโลกนี้ และทรงอยู่ในการดำรงอยู่ที่มีความถี่ สูงกว่า เราเองจึงต้อง ยกระดับขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อจะได้พบกับพระเจ้า ในมิติที่ต่างออกไป แล้วเราจะรู้คำสอน ที่แท้จริง จากพระองค์โดยตรง และเราก็สามารถดำเนินตามทาง ของพระองค์และนำความรัก และความเมตตามาสู่โลกนี้ได้เช่นกันฉันจะแสดงให้คุณเห็นถึงวิธี ที่จะเข้าถึงพระวจนะที่กล่าวไว้ ในพระคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งกล่าวว่า "พระวจนะนั้นอยู่กับพระเจ้า และพระวจนะนั้นก็คือพระเจ้าเอง" พระคัมภีร์กล่าวว่า ทุกสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นนั้น ถูกสร้างขึ้นจากพระวจนะนี้ หากเราถูกสร้างขึ้นโดยพระวจนะนี้ หรือโดยพระเจ้าองค์นี้ โดยการติดต่อ กับพระองค์โดยการกลับมารวม เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์อีกครั้ง เราก็จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า การได้ยินพระวจนะ(แห่งสวรรค์ภายใน) คือการได้ยินพระเจ้า การได้เห็นแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ ภายใน) คือการได้เห็นพระเจ้า การได้เห็นพระเยซูเจ้าอยู่ภายใน ก็คือการได้เห็นพระเจ้า ด้วยประสบการณ์ทั้งหมดนี้ เราสามารถสัมผัสได้ในตอนนี้ ขณะที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ เราสามารถมองเห็นสวรรค์ได้ และในขณะเดียวกันก็สามารถใช้ชีวิต อยู่ในโลกนี้ โดยรู้ว่า เราจะไปที่ไหนหลังจากความตาย คุณรู้จักพระคัมภีร์ไบเบิลดีอยู่แล้ว จำได้ขึ้นใจ ฉันจึงไม่ต้องเตือนคุณ เกี่ยวกับพระคัมภีร์ไบเบิลอีก ฉันมาที่นี่เพื่อนำเสนอ ประสบการณ์จริง ที่พระคัมภีร์ไบเบิลได้สัญญาไว้สิ่งใดก็ตาม ประสบการณ์ใด ๆ ของนักบุญในอดีตที่กล่าวไว้ ในพระคัมภีร์ไบเบิล เราก็สามารถประสบได้เช่นกัน เราสามารถลิ้มลองรสชาติของมันได้ และเราสามารถมีมันต่อไปได้ทุกวัน ในขณะที่เราทำงานเป็นเลขานุการ ขับแท็กซี่ หรือเสิร์ฟกาแฟ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ง่าย ๆ โดยการละทิ้งวิหาร แห่งเนื้อหนังแห่งนี้ แล้วเข้าไปข้างใน ติดต่อกับเจ้าของ ที่แท้จริงที่อยู่ภายใน มีวิธีที่จะทำ เหมือนกับ ที่มีวิธีทำทุกสิ่ง เราแค่เรียนรู้วิธี แล้วเราก็ทำได้และการรู้จักพระเจ้าเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด เท่าที่ฉันจะนึกออก เป็นสิ่งง่ายที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นกับพวกเราทุกคน ในชีวิตนี้และชีวิตหน้า และนี่คือประสบการณ์ที่ลึกลับที่สุด น่าทึ่งที่สุด และมหัศจรรย์ที่สุด เท่าที่เรา เคยได้สัมผัสมา มันง่ายมาก นั่นเป็นเหตุผล ที่เราไม่รู้เรื่องนี้ เราคงนึกภาพไม่ออก หรอกว่ามันจะเป็นแบบนั้น ด้วยเหตุนี้พระคัมภีร์ไบเบิล จึงกล่าวอยู่เสมอว่า: เราเป็นเพียงวิหาร ร่างกายนี้เป็นเพียงวิหาร และพระเจ้าทรงสถิตอยู่ภายในเรา แต่เราไม่เคยเชื่อเลย เราคิดว่า พระเจ้าอยู่ ณ ที่อื่น คัมภีร์ไบเบิลกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า “ท่านทั้งหลาย เป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงสถิตอยู่ในท่าน” เรียบง่าย ตรงไปตรงมา และชัดเจน เหลือเกิน แต่หลายคน กลับไม่รู้ว่าพระวิญญาณนั้นอยู่ที่ไหน และเราก็ยังคง ใช้ชีวิต ที่น่าสังเวชต่อไป วิงวอนขอปาฏิหาริย์ วิงวอนขอพระพร ขออะไรก็ตาม แต่พระเจ้าทรงอยู่กับเราตลอดเวลา และเราจะได้รับพระพรใด ๆ ที่เราปรารถนาได้ หากเรารู้ว่าพระองค์ทรงอยู่ ณ ที่ใด ถ้าเราติดต่อพระองค์ เราจะได้ทุกอย่างที่เราต้องการ ไม่จำเป็นต้องอธิษฐาน ไม่จำเป็นต้องวิงวอนด้วยซ้ำ เพราะเรามีพระเจ้าอยู่ภายในตัวเรา เราคือพระเจ้าแต่เพราะความหลงลืมของเรา เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาที่นี่ เพื่อเตือนเราว่า เราเป็นบุตรของพระเจ้า เรากลับฆ่าพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงประกาศว่า พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า – ซึ่งเป็นความจริงแท้แน่นอน 100% พวกเขาก็สังหารพระองค์ พวกเขาเรียกพระองค์ว่านอกรีตที่จริงแล้ว ผู้คนในโลกนี้ รวมถึงตัวเราเองด้วยนั้น ล้วนน่าเหลือเชื่อทั้งสิ้น เรามักจะเชื่อว่าเราเป็นคนบาป ว่าเรามาจากปีศาจ มากกว่าที่จะเชื่อว่า เรามาจากพระกรุณาธิคุณ จากความรัก จากพระเจ้า ถึงแม้เราจะไม่มีหลักฐานใด ๆ ว่าเราเป็นบุตร ของพระเจ้า แต่เราก็ไม่มีหลักฐานใด ๆ ว่า เราเป็น บุตรของมารเช่นกัน แล้วทำไมถึงควรเชื่อเรื่องนี้ แต่ไม่เชื่อเรื่องนั้น? ถึงแม้ว่าพระเยซูเจ้าจะไม่มี หลักฐานใด ๆ ที่พิสูจน์ได้ว่าพระองค์ เป็นพระบุตรของพระเจ้า พวกเขา ก็ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่พิสูจน์ได้ว่า พระองค์เป็นบุตรของมาร แล้วทำไมต้องฆ่าพระองค์ ฉันไม่เข้าใจมนุษย์เลยแต่พระองค์ทรงพิสูจน์แล้วว่าพระองค์ เป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ไม่สนใจอาณาจักรบนโลก พระองค์ไม่ทรง แข่งขันกับรัฐบาล ในสมัยนั้น เพื่อตำแหน่ง ชื่อเสียง หรือแม้แต่เงินทอง พระองค์เพียงสอนผู้คนให้ค้นหา ความรุ่งโรจน์ของตนเอง ค้นหาพระเจ้าของตนเอง เพื่อที่พวกเขาจะได้มีความสุข และได้รับพรขณะอยู่บนโลกนี้ และผู้ใดที่มาหาพระองค์ พระองค์จะทรงสอนเขา ให้รู้จักพระเจ้า พระองค์จะแสดงหลักฐาน ให้พวกเขาเห็นทันที ถ้าพระองค์ทรงอบเค้ก และขอให้ท่านชิม แต่คุณไม่ชิม และเอาแต่ยืนอยู่เฉย ๆ ถามหาหลักฐาน ถามถึงคุณภาพ และถามถึงรสชาติของเค้ก โดยที่คุณไม่แม้แต่ จะกินมัน พระองค์จะพิสูจน์ได้อย่างไร ว่าเค้กนั้นอร่อย?แต่หลักฐานนั้น ชัดเจนมากอยู่แล้ว เพราะพระเยซูเจ้าทรงสอน แต่ความดี สันติสุข ความรัก และความเมตตาเท่านั้น ลูกของปีศาจหรือคนชั่วร้าย จะสอนเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร และจะอดทนต่อคำดูหมิ่นทั้งหมดด้วย ความรัก และยังขอให้พระเจ้า ทรงอภัยให้แก่ผู้ที่พระองค์ ทรงเรียกว่าศัตรูได้อย่างไร? สิ่งนี้มาจากคุณสมบัติ แห่งพระเจ้าเท่านั้น สามารถมาจาก พระบุตรของพระเจ้าเท่านั้น นี่ก็ถือเป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้ว แต่มนุษยชาติเป็นเผ่าพันธุ์ที่แปลก อีกไม่นานพวกคุณจะฉลองครบรอบ 1700 ปีของการที่ศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาประจำชาติในอาร์เมเนีย ฉันได้รับเชิญไปที่นั่นในโอกาสนั้น แต่ฉันไม่มีเวลา ดังนั้นฉันจึงไปที่นั่น เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว ฉันเห็นหอกที่พวกเขา ใช้ทำร้ายพระองค์ และฉันร้องไห้อย่างมากPhoto Caption: “ยิ้มและสร้างความสดใส ให้โลกโดยรอบ”











