รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
วันนี้เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้นำเสนอ ข้อความบางส่วนจากหนังสือ "ความลึกลับที่ถูกเปิดเผย" ของก็อดเฟร เรย์ คิง ซึ่งเซนต์ แฌร์แมง (มังสวิรัติ) ได้อธิบายให้คุณบัลลาร์ดฟัง เกี่ยวกับแก่นแท้แห่งแสงสว่าง ของความรักอันศักดิ์สิทธิ์ ของอาจารย์ผู้บรรลุธรรมบทที่ 5 ความทรงจำของชาวอินคา"อาจารย์ผู้บรรลุธรรมคือ บุคคลที่ด้วยความพยายามอย่างมีสติ ได้สร้างความรักและพลังภายใน ตนเองมากพอที่จะทำลาย พันธนาการแห่งข้อจำกัด ของมนุษย์ทั้งปวง และด้วยเหตุนี้ ท่านจึงยืนหยัดอย่างอิสระ และคู่ควรที่จะได้รับความไว้วางใจ ให้ใช้พลังอำนาจที่เหนือกว่า ประสบการณ์ของมนุษย์ ท่านรู้สึกว่า ท่านเองเป็น 'หนึ่งเดียว' กับ 'ชีวิต' พระเจ้าผู้ทรงอยู่ทุกหนทุกแห่ง ดังนั้น พลังและสรรพสิ่ง จึงเชื่อฟังคำสั่งของท่าน เพราะท่านเป็นสิ่งมีชีวิตที่ มีสติและมีเจตจำนงเสรี ควบคุมทุกสิ่งด้วยการบงการ ‘แสงสว่าง’ ภายในท่านเองเป็นเพราะการแผ่รังสีหรือการ หลั่งไหลของ 'แสง' นี้ ซึ่งแท้จริงแล้ว คือ 'แก่นแท้แห่งความรักศักดิ์สิทธิ์ อันเรืองรอง' ของท่านเอง ที่ทำให้อาจารย์ผู้บรรลุธรรม สามารถช่วยเหลือผู้ที่อยู่ ภายใต้การดูแลและชี้นำของท่านได้เมื่อการถ่ายทอดพลังเช่นนี้ เกิดขึ้นกับศิษย์ ร่างกายภายใน ของเขาเอง ซึ่งหมายถึงร่างกาย ทางอารมณ์ จิตใจ และเหตุผล จะดูดซับแก่นแท้แห่งแสงสว่าง ของอาจารย์ และ 'แสงสว่าง' ภายในนั้น จะเปล่งประกาย และขยายตัวเหมือนประกายไฟ ที่ถูกพัดให้ลุกโชนเป็นเปลวไฟ"แก่นแท้แห่งแสงสว่าง" นี้ มีพลังสูงสุดในจักรวาลอยู่ภายใน เพราะมันจะ สลายความขัดแย้งทั้งหมด และสร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบ ในทุกการปรากฏ พระวรกายของอาจารย์ ผู้บรรลุธรรมหลั่งรังสีแห่ง 'แก่นแท้แห่งแสง' อย่างต่อเนื่อง ลงมายังความขัดแย้งบนโลก สลาย ความขัดแย้งเหล่านั้นไป เหมือนกับ รังสีแห่งพลังงานที่เราเรียกว่าแสง และความร้อนจากพระอาทิตย์ ทางกายภาพของเราที่สลายหมอกรังสีที่พวกท่านส่งมายังมนุษยชาติ บนโลกนั้น เป็นพลังงาน ที่ถูกดึงดูดมาอย่างมีสติ โดยพวกท่านได้กำหนดคุณภาพ ให้กับพลังงานนั้น แล้วจึงส่งออกไป เพื่อบรรลุผลลัพธ์ที่แน่นอน ด้วยวิธีนี้ พวกท่านจึงให้การ คุ้มครองแก่บุคคล สถานที่ สภาพแวดล้อม และสิ่งต่าง ๆ นับพันนับหมื่นครั้ง ซึ่งมนุษย์ ไม่รับรู้เลย และดำเนินชีวิต ไปตามทางของตนอย่างสงบสุข โดยไม่ตระหนักถึงผู้ปกป้อง และผู้ให้ความช่วยเหลือของตนในการกระทำเช่นนี้ เหล่าอาจารย์ผู้บรรลุธรรม สามารถเปลี่ยนร่างกายที่พวกท่านใช้ ในการปฏิบัติธรรมได้ เหมือนกับ การเปลี่ยนเสื้อผ้าของคนทั่วไป เพราะโครงสร้างของเซลล์อยู่ภายใต้ การควบคุมของจิตสำนึกเสมอ และทุกอะตอมเชื่อฟังคำสั่ง แม้เพียงเล็กน้อยของพวกท่าน พวกเขามีอิสระที่จะใช้ร่างกายหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งร่างกาย หากงานที่พวกท่านต้องการทำนั้น จำเป็นต้องใช้ เพราะความสามารถ ในการประกอบหรือสลาย ร่างกายอะตอมของพวกท่านนั้น ไม่มีขีดจำกัดอย่างแท้จริง พวกท่านคือผู้ทรงอำนาจสูงสุด ผู้สำแดงสสารและพลังงานทั้งปวง ให้แก่พลังแห่งธรรมชาติ ซึ่งหมายความว่าธาตุทั้งสี่ เป็นผู้รับใช้ที่เต็มใจและ เชื่อฟังของพวกท่าน เหล่าผู้ทรงธรรมอันสูงส่งเหล่านี้ ผู้ปกป้องและช่วย เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่กำลังวิวัฒนาการ เรียกว่า อาจารย์ผู้บรรลุธรรม แห่งความรัก แสง ความสมบูรณ์แบบ พวกเขามีคุณสมบัติครบถ้วนตาม ความหมายของคำว่าอาจารย์ เพราะด้วยการนำเอาความรัก ปัญญา และพลังแห่งพระเจ้าภายในออกมา พวกท่านจึงแสดงให้เห็นถึงความ เชี่ยวชาญเหนือทุกสิ่งที่เป็นมนุษย์ ดังนั้น พวกท่านจึงได้ 'ก้าวขึ้น' สู่ระดับที่สูงกว่ามนุษย์ ซึ่งก็คือความเป็นเทพเหนือมนุษย์ บริสุทธิ์นิรันดร์ และทรงพลังอำนาจสูงสุด 'ความสมบูรณ์แบบ'มนุษยชาติบนโลก มักด้วยความไม่รู้และข้อจำกัดของตน ด่วนตัดสิน และแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับพระเยซู และบรรดาผู้บรรลุธรรมอื่น ๆ การกระทำเช่นนั้น เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผูกมัดมนุษย์มากที่สุด เพราะในการกระทำเช่นนั้น คำวิพากษ์วิจารณ์และการตัดสิน ที่ส่งออกไปในลักษณะนี้ จะย้อนกลับไปยังผู้กระทำ และทำให้มนุษยชาติ ถูกผูกมัด แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับความทุกข์ และความจำกัดที่ตนเองสร้างขึ้น หลักธรรมของธรรมบัญญัติ คือ เหล่าอาจารย์ผู้บรรลุธรรม ได้ปลดปล่อยตนเอง จากข้อจำกัดของมนุษย์ และกลายเป็น แสงสว่างเจิดจ้าที่ความคิด ขัดแย้งใด ๆ ของมนุษย์ ไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปได้ สิ่งนี้จะบังคับให้ความคิด และความรู้สึกที่ทำลายล้างทั้งหมด กลับคืนสู่ผู้ส่ง และผูกมัดเขา ไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งการสร้างสรรค์ ของเขาเองอย่างแน่นหนายิ่งขึ้นหากมนุษย์สามารถมองเห็นความคิด ความรู้สึก และคำพูดของตนเองลอย ออกไปในชั้นบรรยากาศ ล่องลอย ไปในห้วงอวกาศ แล้วรวมตัวกัน ดึงดูดสิ่งเหล่านั้นกลับมาอีก พวกเขาจะไม่เพียงแต่ประหลาดใจ กับสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเท่านั้น แต่จะกรีดร้องขอการปลดปล่อย และหากไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากการลบสิ่งสร้างเหล่านั้น ออกจากจิตใจ พวกเขาก็จะเผชิญหน้า กับความเป็นเทพในตัวตน ของพวกเขาเอง ด้วยความมุ่งมั่น และเข้าไปสู่ความเป็นเทพนั้น ความคิดและความรู้สึกเป็นสิ่งมีชีวิต ที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่รู้เรื่องนี้ จะใช้สติปัญญา และควบคุมตนเองตามนั้นพระเยซูทรงเป็นเสมือน พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ที่อยู่ภายในมนุษย์ทุกคน เมื่อเทียบกับตัวตน ภายนอกหรือส่วนบุคคล เขาได้เปิดเผยบันทึกหลัก สู่โลกภายนอก และเขายังคงเป็น หลักฐานที่ยังมีชีวิตอยู่ถึง ความสามารถของแต่ละบุคคล ในการปลดปล่อยตนเองจากข้อจำกัด ทั้งปวง และแสดงออกถึง ความเป็นเทพตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก ในสภาวะแรกที่มนุษยชาติดำรงอยู่ ซึ่งก็คือความกลมกลืน และอิสรภาพอย่างสมบูรณ์เมื่อบุคคลบางกลุ่ม ที่ศึกษาชีวิตและกฎ แห่งจักรวาลอย่างลึกซึ้งกว่า คนส่วนใหญ่บนโลก ตระหนักถึง ความจริงที่ว่ามีอาจารย์ ผู้บรรลุธรรม พวกเขามักปรารถนา ที่จะไปหาผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น เพื่อขอคำแนะนำในหลายกรณี นี่เป็นการเทศนา โดยไม่รู้ตัวของจิตวิญญาณภายใน สู่แสงสว่างที่ยิ่งใหญ่กว่า แต่ตัวตนส่วนบุคคล กลับไม่ค่อยตระหนักถึง ความสัมพันธ์ที่ตน มีต่อเหล่าผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น ซึ่งเป็นพระเจ้าโดยสมบูรณ์มีหนทางหนึ่งที่นักเรียน ที่มีความตั้งใจจริง และมุ่งมั่นอย่างยิ่ง จะสามารถติดต่อกับพวกท่านได้ แต่หนทางนั้นต้องอาศัยความรัก และความมีวินัยในตนเอง อย่างเพียงพอเท่านั้น หากแรงจูงใจในการติดต่อเช่นนั้น เป็นเพียงเพื่อสนอง ความอยากรู้อยากเห็น คิดที่จะพิสูจน์หรือหักล้าง การมีอยู่ของอาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ เพียงเพื่อแก้ปัญหา หรือเพื่อคลายข้อสงสัยในตัวบุคคล โปรดมั่นใจได้เลยว่า สิ่งนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะอาจารย์ผู้บรรลุธรรม ไม่เคยสนใจที่จะสนองความต้องการ ทางด้านมนุษย์ของศิษย์คนใดเลย ความพยายามทั้งหมดของพวกท่าน คือการขยายขอบเขต ของพระเจ้าภายใน เพื่อให้ พลังของพระองค์ถูกปลดปล่อย ออกมาอย่างทรงพลัง มากพอที่จะทำลายข้อจำกัดในตัวตน ของมนุษย์ที่ขัดขวาง ไม่ให้มนุษย์มีพาหนะ ที่สมบูรณ์แบบในการใช้ในโลก แห่งการแสดงออกทางจิตใจ อารมณ์ และร่างกาย นี่คือขอบเขตของความคิด ความรู้สึก และการกระทำ"











