ค้นหา
ไทย
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
ชื่อ
การถอดเสียง
ต่อไป
 

ซีรีส์หลายตอนของ ประสบการณ์เฉียดตาย ตอนที่ 27:ข้อความสร้างแรงใจ เกี่ยวกับจุดมุ่งหมายของเราบนโลก

รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม

มีคำถามหนึ่งที่คุณอาจจะ ถามตัวเอง และนี่คือวิธี ที่ฉันจะพูดถึงคำถามนั้น “หากพระเจ้าไม่เสด็จมาในวันนี้ หรือสิ่งใดก็ตามที่คุณเชื่อว่า พระเจ้าไม่สามารถเสด็จมา ในวันนี้ และพระองค์ทรงส่งคุณมา ในชีวิตที่คุณเพิ่งทบทวนไป คุณและพระเจ้าได้ สร้างความแตกต่างอะไรบ้าง?”

เราเริ่มต้นตอนนี้ ด้วยการสำรวจประสบการณ์ใกล้ตาย อันน่าทึ่งของแดนเนียน บริงค์ลีย์ นักเขียนขายดี นักคิด เชิงจิตวิญญาณ และผู้สนับสนุน การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ตลอดชีวิตของนายบริงค์ลีย์ เขาเคยเฉียดตาย มาแล้วสี่ครั้ง

ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1975 เมื่ออายุ 25 ปี นายบริงค์ลีย์กำลังคุย โทรศัพท์บ้านอยู่ที่บ้าน จู่ ๆ ฟ้าผ่าลงที่ สายโทรศัพท์ ทำให้ กระแสไฟฟ้าพุ่งเข้าที่ศีรษะ วิ่งลงมาตามกระดูกสันหลัง และทำให้รองเท้าของ เขาติดอยู่กับพื้น จากนั้นเขาถูกเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศ และกระแทกเข้ากับโครงเตียงอย่างแรง ทันใดนั้น วิญญาณของเขา ก็ลอยขึ้นไปเบื้องบน และ เขาก็มองลงมายังร่างกาย ของตนเองจากเบื้องบน

และฉันมองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่า ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวา คุณอาจคิดว่ามันแข็งแกร่ง แต่ไม่มีอะไรแข็งแกร่งอย่างแท้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมี แรงสั่นสะเทือนและความถี่เฉพาะตัว และเมื่อฉันมองดูสิ่งเหล่านั้น ทั้งหมด ฉันก็รู้สึกได้ว่า สถานที่แห่งนี้เป็นอย่างไร แล้วเหนือไหล่ซ้ายของฉัน ก็มีอุโมงค์ที่คดเคี้ยวขึ้นไป และฉันรู้สึกได้ว่าตัวเอง กำลังถูกดึงลงไปตามนั้น และตอนนี้ฉันกำลังเคลื่อนตัว ลงไปในอุโมงค์นี้ และมาถึง สถานที่แห่งแสงสว่างเจิดจ้า งดงาม และสวยงามแห่งนี้ ทุกคนย่อมมีความรู้สึกภายในใจว่า ตัวเองเคยผ่าน เรื่องแบบนี้มาก่อนแล้ว อเล็กซ์ และนั่นพวกเขารู้จักสถานที่แห่งนี้ จึงไม่มีความกลัว และหลายครั้ง เมื่อผู้คนมีความกลัวใน ช่วงสุดท้ายของชีวิต คนที่พวกเขาวางใจและ รู้จักจะมารับพวกเขาไป

จากนั้น นายบริงค์ลีย์ ก็ได้รับชมภาพย้อนรอยชีวิต ซึ่งทุกช่วงเวลาและทุกการพบเจอ ในวัยเด็กของเขาได้ฉายขึ้นมา ให้เห็นต่อหน้าต่อตา

เมื่อคุณหลุดพ้น จากร่างกายนี้ คุณจะมีโอกาสได้ ทบทวนชีวิตของตนเอง และที่นั่นคือที่ที่คุณจะได้เห็น ชีวิตทั้งหมดของคุณผ่านไปต่อหน้า ในมุมมองแบบพาโนรามา 360 องศา คุณรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่คุณเคยเห็น และ คุณดูมันจากมุมมอง บุคคลที่สอง ราวกับว่าคุณเป็นเพื่อนสนิทที่สุด ของคุณเอง แล้วคุณก็จะกลายเป็นทุกคน ที่คุณเคยพบเจอ อย่างแท้จริง และคุณจะรู้สึกถึงผลลัพธ์ โดยตรงจากการปฏิสัมพันธ์ ระหว่างคุณกับบุคคลนั้น ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของฉัน คือความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน และความโหดร้ายที่ ธรรมชาติของชีวิต ได้สร้างขึ้นมา และสิ่งดี ๆ บางอย่างด้วย หนึ่งในบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการเรียนรู้ที่จะให้อภัย

นายบริงค์ลีย์กล่าวว่า ในระหว่างการทบทวน ชีวิตของเขา เขาได้ประสบกับอารมณ์ด้านลบ มากมาย เนื่องมาจากบุคลิก ที่ชอบทำลายล้างและ ต่อสู้ในวัยเด็กของเขา

โอ้พระเจ้า ฉันคงเป็นคนที่โง่เขลาและ ป่าเถื่อนที่สุดแน่ ๆ ดังนั้น ฉันจึงต้องรับโทษมากมาย จากการกระทำของฉัน แต่ฉันก็ต้องรับผิดชอบ และไม่มี ใครจะหนีรอดไปได้ และ จักรวาลนั้นยุติธรรมและ เที่ยงธรรม – จบเรื่อง

ในระหว่างการทบทวนชีวิตของเขา นายบริงค์ลีย์รู้สึกว่า จำเป็นต้องถามตัวเองถึงคำถาม สำคัญที่สุด ซึ่งเขาเชื่อว่า เราทุกคนจะต้องถามตัวเอง เช่นกันหลังจากที่เราตายไปแล้ว

มีคำถามหนึ่งที่คุณอาจจะ ถามตัวเอง และนี่คือวิธี ที่ฉันจะพูดถึงคำถามนั้น “หากพระเจ้าไม่เสด็จมาในวันนี้ หรือสิ่งใดก็ตามที่คุณเชื่อว่า พระเจ้าไม่สามารถเสด็จมา ในวันนี้ และพระองค์ทรงส่งคุณมา ในชีวิตที่คุณเพิ่งทบทวนไป คุณและพระเจ้าได้ สร้างความแตกต่างอะไรบ้าง?”

ในประสบการณ์ใกล้ตายของเขา นายบริงค์ลีย์ยังได้ค้นพบ ความรู้สึกเมตตา อย่างลึกซึ้งที่ชาวสัตว์ มีต่อมนุษยชาติอีกด้วย เขาเขียนข้อความต่อไปนี้ใน หนังสือขายดีของเขาที่ติดอันดับ หนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์ “รอดพ้นด้วยแสงสว่าง: เรื่องจริง ของชายผู้ตายสองครั้ง และการเปิดเผยอันลึกซึ้ง ที่เขาได้รับ”

ฉันจับได้ว่าหมาตัวนี้ กำลังกัดพรมในห้องนั่งเล่นของเรา และฉันก็โมโหมาก ฉันถอดเข็มขัดออกแล้ว ฟาดเขาโดยไม่ลองใช้ วิธีลงโทษที่เบากว่านั้น เมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์นั้น ฉันรู้สึกถึงความรัก ที่สุนัขมีต่อฉัน และรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ ทำอย่างที่เขาทำ ฉันรู้สึกถึงความ เศร้าและความเจ็บปวดของเขา ต่อมา เมื่อฉันไตร่ตรองถึง ประสบการณ์เหล่านั้น ฉันก็ตระหนักว่า คนที่ทำร้ายหรือ ทารุณสัตว์ จะได้รู้ว่า สัตว์เหล่านั้นรู้สึกอย่างไร เมื่อถึงเวลาที่พวกเขา ได้ทบทวนชีวิตของตัวเอง

คุณบริงค์ลีย์ทำให้เรา ได้พิจารณาถึงความเจ็บปวด และความทุกข์ทรมานทั้งหมดที่ มนุษยชาติกระทำต่อชาวสัตว์ผ่าน อุตสาหกรรมที่เอารัดเอาเปรียบ ต่าง ๆ รวมถึงโรงงานผลิตเนื้อ และนมจากชาวสัตว์ อุตสาหกรรม แฟชั่น การทดลอง ความบันเทิง และอื่น ๆ อีกมากมาย ขอให้เราละทิ้งการกระทำที่ โหดร้ายและทรมานเหล่านี้ โดยทันที และหันไปสู่สันติสุข เพื่อสร้างสันติสุขที่ ยิ่งใหญ่กว่าภายในตัวเราเองและ ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก

ต่อไปนี้ เรามาค้นพบประสบการณ์ ใกล้ตายอันน่าทึ่งของศิลปิน งานปักผ้าและอดีตหน่วยรบพิเศษ ของกองทัพสหรัฐฯ นามว่า นูเอสโตร นานาโมลี

ในวันฤดูร้อนวันหนึ่ง ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา นูเอสโทร กำลังนั่งสมาธิอย่างสงบ ขณะลอยอยู่บนผิวน้ำในทะเลสาบ จากนั้นเขาว่ายน้ำไปหาเพื่อน ๆ ที่กำลังเล่นสไลเดอร์ น้ำสีฟ้าขนาดใหญ่อยู่ ด้วยความอยากลอง นูเอสโตรจึงปีนขึ้นสไลเดอร์น้ำและ ไถลลงมาโดยเอาหัวลงก่อน โดยไม่รู้ว่าน้ำด้านล่าง ลึกเพียงสองฟุตเท่านั้น เมื่อเขาตกลงไปในน้ำ ศีรษะของเขากระแทก กับก้นทะเลสาบ และ คอของเขาก็หักทันที ที่โรงพยาบาล ขณะที่แพทย์ กำลังเริ่มทำการผ่าตัดฉุกเฉิน นูเอสโตรก็รู้สึกว่า วิญญาณของเขาออกจากร่างไป

สิ่งต่อไปที่ฉันจำได้คือ ฉันรู้สึกเหมือนหลุดออกจาก ร่างตัวเองและยืนอยู่ที่ประตู และมันคือประตูที่ ลอยอยู่ในอวกาศ และเบื้องหน้าฉัน มีสิ่งมีชีวิตแห่งแสงหกตน และ พวกเขาสูงมาก อาจจะสูงถึง 11 ฟุต (3.35 เมตร) และสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ฉลาดหลักแหลมอย่างเหลือเชื่อ และเราได้สนทนากัน จนจบลงแล้ว และก็มีการตกลงกันเกิดขึ้น ข้อตกลงส่วนแรกคือ คุณจะจำอะไร ไม่ได้เลยเกี่ยวกับ สิ่งที่เราคุยกัน เพราะถ้าคุณจำได้ คุณจะจำได้มากจน ไม่มีวันหยุดพูดถึงมัน และข้อตกลงส่วนที่สอง ก็คือ คุณต้อง ทำงานนั้นให้เสร็จ

หลังจากบทสนทนาจบลง วิญญาณของนูเอสโตรได้เข้าไป ในอุโมงค์ แล้วจึงกลับมาเชื่อมต่อ กับร่างของเขาบนโลกอีกครั้ง การผ่าตัดฉุกเฉิน ประสบความสำเร็จ และหนึ่งเดือนต่อมา "งาน" ที่เหล่าเทพได้ มอบหมายให้แก่นูเอสโทร ก็เริ่มปรากฏให้เห็น

ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่นักศิลปะ และฉันก็เป็นอดีตทหารก็ตาม ทันใดนั้นฉันก็เกิดความปรารถนา อย่างแรงกล้าที่จะเย็บ ปัก ดอกกุหลาบเล็ก ๆ ด้วยเข็มและด้าย หลังจากที่ฉันวาดดอกกุหลาบเสร็จ ฉันก็วาดสุนัขตัวเล็ก ๆ จากนั้นก็วาดต้นไม้ ดอกไม้ และผีเสื้อ จากนั้นฉันก็เริ่ม เย็บผ้าชิ้นอื่น ๆ เข้าไป และเย็บต่อไปเรื่อย ๆ และขณะที่ฉันทำเช่นนั้น ฉีนก็เริ่มเห็นภาพนิมิตบางส่วน ที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ได้แบ่งปันกับฉัน

นูเอสโตรสร้างสรรค์งานทอพรม ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณ ของเขาต่อไป เขาก็เริ่มหวนนึกถึง ชาติที่แล้วได้ตระหนักถึงความจริง น่าตกใจเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด

เมื่อไม่นานมานี้ ฉันได้เดินทางไปศรีลังกา ไปยังเกาะแห่งหนึ่ง ในทะเลสาบเล็ก ๆ ที่ ฉันจำได้จากชาติที่แล้ว และชื่อของพระภิกษุ ในชาติก่อนของฉันคือ ญานาโมลี ซึ่งเป็นชื่อที่ ฉันใช้ในปัจจุบันนี้ และในชาติที่แล้ว ฉันก็เคย เป็นทหารจากสหราชอาณาจักร จากอังกฤษ ที่รับใช้ชาติ ในสงครามโลกครั้งที่สอง และในช่วงสงคราม ฉันได้อ่านคัมภีร์พุทธศาสนา ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ ให้ฉันบวชเป็นพระ ในทำนองเดียวกัน ในชาตินี้ เมื่อครั้งที่ฉันอยู่ในอิรัก ฉันได้อ่านคัมภีร์พุทธศาสนา ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ ฉันฝึกสมาธิ และในที่สุด ก็เริ่มต้นเส้นทางสู่การ เป็นนักบวชในพุทธศาสนา ดังนั้นในชาตินี้ ฉันจึงได้กลับมาศรีลังกาอีกครั้ง ฉันไปที่เกาะเล็ก ๆ แห่งเดียว กันที่ชื่อว่า โพลกัสดูวา หรือเกาะมะพร้าว ในสิงหล

ฉันได้พบกับพระภิกษุรูปหนึ่ง เขาถามฉันว่า "คุณมาทำอะไรที่นี่?" ฉันเลยบอกว่า "ฉันกำลังเย็บพรมอยู่ ฉันจำได้ว่าเคยเป็น พระในชาติที่แล้ว และฉันจำได้ว่า เคยอยู่ที่เกาะแห่งนี้" จากนั้นเขาก็พูดว่า "อ้อ ฉันจำได้ว่าเคย มาที่นี่ในชาติที่แล้ว และฉันจำได้ว่า เคยเป็นครูของคุณ" และมันเป็นช่วงเวลาที่ แปลกประหลาดมากที่ได้ ตระหนักถึงช่วงชีวิตหลายช่วง และเข้าใจอย่าง แท้จริงว่าเราใช้ชีวิตใน ฐานะมนุษย์ แล้วเราก็ละทิ้งร่างกาย และบางครั้ง เราก็กลับมาเกิดใหม่ใน ชีวิตมนุษย์อีกครั้ง หรือ บางครั้งเราก็กลายเป็น วิญญาณหรือเทวดา หรือ เราเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบอื่น แต่กระแสพลังงาน แห่งชีวิตยังคงดำเนินต่อไป

จากประสบการณ์ใกล้ตายของเขา นูเอสโตรเข้าใจถึง ความสำคัญของการนำ สันติสุขมาสู่ชีวิตของเรา มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดี ต่อโลกโดยรอบด้วย

เมื่อเราปรับจูนจิตใจ เมื่อเรานั่งสมาธิ เมื่อเราเข้าถึง ความสงบ เราจะรู้ได้อย่างแน่ชัดว่า เราสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อเยียวยาตัวเอง เยียวยาความสัมพันธ์ในครอบครัว และเพื่อนฝูง และเยียวยา พื้นที่เล็ก ๆ ในสวนของเรา และแบ่งปันความงดงามและ ความสงบสุขนั้นให้แก่ผู้อื่น เมื่อพวกเราจำนวนมากขึ้น ตื่นรู้ เมื่อพวกเราจำนวนมากขึ้น ตระหนักว่าเหตุผลหลัก ของการดำรงอยู่ของเราในร่างมนุษย์ คือการรัก การเผยแพร่ความรัก และการมีสันติสุข และว่าเราอยู่ที่นี่เพื่อ เรียนรู้บทเรียนและเติบโต

นี่คือถ้อยคำที่งดงามที่เราทุกคน ควรยึดถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิต! ประสบการณ์เฉียดตายของ นูเอสโตร นานาโมลี และ แดนเนียน บริงค์ลีย์ เป็นเครื่อง เตือนใจว่า จุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดของเราคือการเรียนรู้ ที่จะแสดงความรักให้มากขึ้น! เพื่อนำความรักอันลึกซึ้งนี้ เข้ามาสู่ชีวิตของเรามากขึ้น เราจึงได้รับการสนับสนุน ให้แสวงหาพระเจ้าทุกวัน สำนึกผิดอย่างจริงใจ ต่อการกระทำผิดของเรา ทำความดีต่อคนรอบข้าง และ แสดงความเมตตากรุณาอย่างแท้จริง ต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง ผ่านวิถีชีวิตแบบวีแกน ด้วยการกระทำง่าย ๆ เหล่านี้ เรามีพลังที่จะสร้าง สวรรค์บนโลก และ กลับคืนสู่สวรรค์ในภพหน้าได้!
รับชมเพิ่มเติม
ทุกตอน (27/27)
22
วิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณ
2025-07-23
2875 รับชม
23
วิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณ
2025-08-27
2348 รับชม
รับชมเพิ่มเติม
วีดีโอล่าสุด
ข่าวเด่น
2026-03-27
2 รับชม
รายการสั้น
2026-03-27
231 รับชม
ข่าวเด่น
2026-03-27
598 รับชม
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-03-27
712 รับชม
41:54

ข่าวเด่น

184 รับชม
ข่าวเด่น
2026-03-26
184 รับชม
5:46
ข่าวเด่น
2026-03-26
761 รับชม
การเดินทางผ่านดินแดนแห่งสุนทรียศาสตร์
2026-03-26
203 รับชม
แบ่งปัน
แบ่งปันไปที่
ฝัง
เริ่มที่
ดาวน์โหลด
โทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์มือถือ
ไอโฟน
แอนดรอยด์
รับชมในบราวเซอร์ในโทรศัพท์มือถือ
GO
GO
แอพ
สแกนโค้ดคิวอาร์ เลือกระบบโทรศัพท์ที่ถูกต้อง เพื่อดาวโหลด
ไอโฟน
แอนดรอยด์
Prompt
OK
ดาวน์โหลด