รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
เมื่อเราอยู่ใน โลกวัตถุ เรามีสิ่งที่เรียกว่าเวลา ซึ่งเป็นกลไก มันมีไว้เพื่อให้เราสามารถมองเห็น เพียงสิ่งเดียว มิติเดียวเท่านั้น และนี่คือสาเหตุที่โลกนี้ หลอกลวงเรา ภาพลวงตามันยิ่งใหญ่มาก มันทำให้เราลืมสิ่งที่แท้จริงไป และนั่นคือจุดมุ่งหมาย เพื่อให้เราพยายามค้นหาโลก แห่งความเป็นจริงอีกครั้ง การแปลดีมั้ย? ดีใช่ไหม? ดีใช่ไหม? ขอบคุณค่ะ (คำถามต่อไป เป็นเรื่องตาที่สามนะคะ “ฉันเข้าใจว่า เดิมที มนุษย์มีตาที่สาม แต่ว่าตาที่สามนั้น ได้ถดถอย [หลับใหล] ไป แต่ด้วยพลังของเราเอง เราสามารถเปิดดวงตา ที่สามนี้ได้หรือไม่?”) ใช่ ใช่ ใช่ เราทำได้ เราจะต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรเท่านั้น และควบคู่ไปกับ การเปิดดวงตาที่สาม ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย มีผลข้างเคียง ดังนั้นหากเราต้องการเปิดตาที่สาม เราจำเป็นต้อง มีข้อมูลเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง ที่ไม่พึงประสงค์บางประการ เราต้องรู้ว่า จะต้องมองไปที่ไหน และจะปกป้องตัวเองอย่างไร รวมถึงจะเลือกสิ่งที่เห็น และสิ่งที่แท้จริงอย่างไร ดังนั้นเราจึงอยู่ที่นี่ เพื่อช่วยคุณทำสิ่งนั้น ตาที่สาม คุณสามารถเปิดด้วยตัวเองได้ เราเพียงแค่แสดงให้คุณเห็นวิธี ขอบคุณ (“ทีนี้ การจะรับการประทับจิตได้นั้น จำเป็นต้อง ทานวีแกน มังสวิรัติหรือไม่? และหลังจากที่ประทับจิตแล้ว หากหยุดทานวีแกน มังสวิรัติ จะเกิดอะไรขึ้น? และการประทับจิต เป็นสิ่งจำเป็น ในการบรรลุการรู้แจ้งหรือไม่?”) เมื่อหยุดทานวีแกน มังสวิรัติ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ คุณกินเนื้อ (ชาวสัตว์) อีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีการประทับจิต หากคุณรู้ วิธีการทำด้วยตนเอง และรู้วิธีป้องกันตนเอง และรู้วิธี ไปสู่มิติต่าง ๆ ด้วยตนเอง แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร มันก็จำเป็น การประทับจิตนั้น หมายถึง เราช่วยเหลือคุณ เรายืนดูอยู่เคียงข้าง และเราแสดงให้คุณเห็นทุกสิ่ง ที่คุณจำเป็นต้องรู้ เกี่ยวกับสวรรค์และโลก เพื่อที่คุณจะได้ทำมันได้เอง ("ความแตกต่าง ระหว่างสิ่งที่ท่านสอน กับสิ่งที่ศาสนาอื่นสอนคืออะไร ท่านบอกเราได้ไหม?”) ฉันไม่รู้ว่า มันต่างกันยังไง หากมีใครสามารถสอนให้คุณ เห็นสวรรค์และเห็นธรรมชาติ แห่งพุทธะภายในตัวคุณได้ งั้นมันก็เหมือนกัน หากพวกเขา ไม่สามารถแสดงพระเจ้าให้คุณเห็น หากพวกเขาไม่สามารถแสดงพุทธะ ให้คุณเห็น งั้นก็ไม่เหมือนกัน ฉันเดาว่า เราทั้งคู่ ก็พูดถึงพระเจ้าเหมือนกัน ความแตกต่างก็คือ เราสามารถ แสดงให้คุณเห็นพระเจ้าได้ เหมือนอย่างบริษัทสองแห่ง ในญี่ปุ่น ที่โฆษณาเกี่ยวกับรถยนต์โตโยต้า เรามอบรถให้คุณได้ ไม่ใช่แค่การโฆษณา ดังนั้นคุณอยากที่จะมีรถ หรือคุณอยากที่จะ พูดคุยเกี่ยวกับรถเท่านั้น นั่นคือความแตกต่าง (หลังจากที่ได้รับการประทับจิต เรายังได้รับอนุญาตให้ฝึก วิถีอื่น ๆ เช่น การทำสมาธิแบบเหนือโลก และอื่น ๆ เช่น วิธีการสั่นสะเทือนหรือไม่?”) อย่างที่ฉันได้กล่าวไปแล้วว่า หากบุคคลใดที่คุณรู้จัก สามารถ แสดงให้เราเห็นพระเจ้าภายใน และเมื่อคุณเห็นพระเจ้าแล้ว คุณก็มีความสุขมากแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องไปพบใครอีก หรือฝึกด้วยวิถีอื่นใดอีก ดังนั้นในกรณีที่คุณไม่พอใจ กับวิธีการใด ๆ หรือกลุ่มใด ๆ นั่นหมายความว่า คุณไม่ได้เห็นพระเจ้า แล้วคุณควร ฝึกวิถีนี้ และหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่จะต้องมุ่งเน้นไปที่สิ่งหนึ่ง (“ตอนนี้ ในแผ่นพับนั้น ได้อธิบายไว้ว่า เราสามารถได้รับความรอดได้ โดยผ่านทางเสียง (แห่งสวรรค์) ภายใน นี่มันหมายความว่าอะไร?”) แปลว่าคุณค้นพบอาณาจักร ของพระเจ้าของคุณเอง และแน่นอนว่า เมื่อคุณค้นพบ ธรรมชาติของตนเองที่เป็นหนึ่งเดียว กับพระเจ้า คุณก็จะหลุดพ้น เพราะเมื่อคุณรู้จักตัวตน ที่แท้จริงของคุณแล้ว นั่นหมายถึงคุณหลุดพ้น จากตัวตนที่เป็นเท็จนี้แล้ว เพราะจนถึงขณะนี้ เราเพียงคิดว่า เราคือร่างกาย เราเป็นส่วนหนึ่ง ของดาวเคราะห์ทางกายภาพนี้ เมื่อเรารู้ว่า เราไม่ใช่ แน่นอนว่า เรารู้สัจธรรมแล้ว เราก็รู้สึกเป็นอิสระ เราเป็นอิสระ เหมือนกับออกมาจากคุก ภาษาญี่ปุ่น คมมาก เสียงคมมาก แต่ยาวมาก ("ฉันรู้สึกถึงพลังงานที่แข็งแกร่งมาก ฉันสงสัยว่า คนธรรมดาทั่วไป จะสามารถมีพลังงานประเภทนี้ หรือสามารถครอบครองพลังงาน ประเภทนี้ได้หรือไม่”) เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานแข็งแกร่ง? จากไหน? จากอะไร? ฉันหมายถึงจากที่นี่? จากฉัน? นั่นคือใครน่ะ? คำถามควรจะชัดเจนกว่านี้ คุณใช่ไหม? ใครกัน? ยกมือขึ้น อ้อ ตรงนั้น คุณรู้สึกถึงพลังงานจากฉัน หรือจากที่นี่? โอ้ จากฉัน โอ้ จากที่นี่ถึงคุณ โอเค โอเค ใช่ เขาสัมผัสได้ถึงพลังงาน ทุกคนไม่ธรรมดา ทุกคนสามารถพัฒนาพลัง ที่ทำให้คุณรู้สึก อิ่มเอมใจได้ และทุกคนรอบตัวคุณ ก็จะรู้สึกอิ่มเอมใจเช่นกัน ไม่ใช่แค่ฉันเท่านั้น คุณสามารถมีพลังงานเดียวกัน ที่แผ่กระจายไปทั่ว บริเวณรอบตัวคุณ และทั่วทั้งโลกได้ เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ใกล้คุณ ผู้ที่อ่อนไหว และมีจิตวิญญาณที่สูงเล็กน้อย สามารถรู้สึกถึงมันได้ พลังงานที่คุณรู้สึกนั้น คือธรรมชาติของพุทธะ นั่นคือพระเจ้าที่อยู่ภายในตัวเรา เมื่อเราปลดปล่อยพลังนี้ เมื่อเรา ปลุกพลังนี้ขึ้นมาใหม่ เรามีพลังเช่นนั้น เมื่อถึงเวลานั้น เราก็สามารถอวยพรผู้คนได้มากมาย สามารถอวยพรทั้งโลกได้ ด้วยพลังของเราเอง Photo Caption: อย่าตัดสินหนังสือ จากปก











